Moving Forward

เริ่มต้นเดือนกันยายน 2017 ในช่วงที่ผ่านมาเราได้เห็นธนาคารกลางต่างๆ ตัดสินใจคงดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงไม่ส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินตึงตัวเร็วเกินไป ในขณะที่เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภูมิภาค Asia ex Japan และ Emerging Market  จากมุมมอง It’s time for Emerging Market! ในเดือนที่แล้ว . รูปที่ 1 ธีมการลงทุนของปี 2017: ที่มา INFINITI Global Investors . เมื่อมาดูผลตอบแทนในแต่ละสินทรัพย์ ตลาดหุ้น Emerging Market และ Asia ex Japan ยังคงทำผลงานได้ดีในเดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ตลาดหุ้นอินเดียมีการย่อตัวลงไปบ้าง หลัง Valuation ปรับตัวขึ้นมาสูง ส่วนราคาทองคำมีการฟื้นตัวหลังค่าเงินดอลลาห์อ่อนค่าลงทำจุดต่ำสุดในรอบกว่าสองปี รูปที่ 2 ผลตอบแทนในสินทรัพย์ชนิดต่างๆ YTD ณ 28 ส.ค. 60: ที่มา  Bloomberg . พอดูภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะเห็นว่ายังคงอยู่ในช่วงฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่อง ในขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ  ธนาคารกลางทั่วโลกยังไม่รีบใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวเร็วเกินไป ความผันผวนจึงยังอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้เกิดภาวะ “Goldilocks” ต่อเนื่อง จึงเหมาะต่อการลงทุนในหุ้นและ REITs ต่อไป รูปที่ 3 ภาพรวมตัวเลข GDP…

It’s time for Emerging Market!

เริ่มต้นเดือนสิงหาคม 2017 ในช่วงที่ผ่านมาเราได้เห็นธนาคารกลางต่างๆ ตัดสินใจคงดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงเริ่มส่งสัญญาณในปรับใช้นโยบายการเงินตึงตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้เรายังเห็นเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง จากมุมมอง The Return of the  Dragon ในเดือนที่แล้ว ภายใต้เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ รูปที่ 1 ธีมการลงทุนของปี 2017: ที่มา INFINITI Global Investors . เมื่อพิจารณาผลตอบแทนของสินทรัพย์ทั่วโลก พบว่าหุ้นกลุ่ม Emerging market ยังคงสร้างผลตอบแทนได้ดีต่อเนื่อง นำโดยดัชนี Sensex และ CSI300 ในเดือนก.ค.ที่ผ่านมาดัชนีหุ้นจีน CSI300 สามารถไต่อันดับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 3 ในตาราง นอกเหนือจากนี้เรายังเห็นการฟื้นตัวของกลุ่ม REITs ทั้งในไทยและต่างประเทศขึ้นมาอีกด้วย รูปที่ 2 ผลตอบแทนในสินทรัพย์ชนิดต่างๆ YTD ณ 25 ก.ค. 60: ที่มา  Bloomberg . เศรษฐกิจโลกโดยภาพรวมยังคงอยู่ในช่วงฟื้นตัวได้ดี และเป็นการฟื้นตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียนพร้อมกันในเศรษฐกิจหลักๆทั่วโลก ซึ่งไม่เห็นภาพนี้มาตั้งแต่ปี 2010  สอดคล้องกับตัวเลข PMI…

The Return of the Dragon

เริ่มต้นช่วงครึ่งหลังของปี 2017 หลังจากที่ FED ได้ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน รวมถึงมีความชัดเจนในการปรับลดขนาดงบดุลอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากมุมมอง The Turning Point ในเดือนที่แล้ว เดือนนี้มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ จะเห็นว่าเศรษฐกิจโลกเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเงินเฟ้อกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ . รูปที่ 1 ธีมการลงทุนของปี 2017: ที่มา INFINITI Global Investors . เมื่อพิจารณาผลตอบแทนของสินทรัพย์ทั่วโลก พบว่าหุ้นกลุ่ม Emerging market ยังคงสร้างผลตอบแทนได้ดีต่อเนื่อง ในเดือนที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนที่สร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นกว่า 5% โดยได้รับแรงหนุนจากการที่ MSCI ประกาศนำหุ้นจีน A-share จำนวน 222 ตัวเข้าคำนวณในดัชนี MSCI Emerging Index ซึ่งจะเริ่มเดือนมิถุนายน ปี 2018 รูปที่ 2 ผลตอบแทนในสินทรัพย์ชนิดต่างๆ YTD ณ 28 มิ.ย. 60: ที่มา  Bloomberg . ในการประชุม FOMC…

The Turning Point

. ผ่านไปแล้วสำหรับครึ่งปี 2017 เราได้เริ่มเห็นความผันผวนเริ่มก่อตัวมากขึ้นในตลาดหุ้นทั่วโลก จากมุมมอง Cautiously Optimistic สำหรับประเด็นสำคัญในเดือนนี้คงจะหนีไม่พ้นประเด็นจากทางฝั่งสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินนโยบายของ FED ที่มีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ยและลดขนาดงบดุลลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป และประเด็นการถอดถอนตำแหน่งปธน. ของทรัมป์ อย่างไรก็ตามเรายังคงเห็นพัฒนาการที่ดีของเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในเดือนที่ผ่านมาเรายังเห็นภาพการตลาดหุ้นสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าตราสารหนี้โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่ม Emerging Market ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อมีการชะลอตัวลงบ้างแต่ก็ยังถือว่าอยู่ในทิศทางปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับมุมมอง The Year of Change ของ INFINITI . รูปที่ 1 ธีมการลงทุนของปี 2017: ที่มา INFINITI Global Investors . เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนของสินทรัพย์ประเภทต่างๆก็ยังพบว่าตลาดหุ้น Emerging Market ยังคงทำผลตอบแทนได้ดีต่อเนื่อง รองลงมาคือตลาดหุ้นอินเดีย และตลาดหุ้นทั่วโลกโดยรวม นอกเหนือจากนี้ตลาดหุ้นเกาหลีก็สามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นกว่าตลาดหุ้นโดยรวมทั่วโลกหลังรับข่าวการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ . รูปที่ 2 ผลตอบแทนในสินทรัพย์ชนิดต่างๆ YTD ณ 29 พ.ค. 60: ที่มา  Bloomberg . เริ่มต้นกันที่ประเด็นที่ใหญ่ที่สุดของเดือนมิ.ย.นี้…

Cautiously Optimistic

สำหรับเดือนนี้เริ่มเข้าสู่เดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่จะมีการประกาศงบการเงินไตรมาสที่ 1 ของบริษัทจดทะเบียน เราได้เห็นว่าตลาดหุ้นในหลายภูมิภาคมีความผันผวนในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา จากมุมมอง เมื่อความผันผวนเริ่มกลับมา เนื่องจากปัจจัยความเสี่ยงจากความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์และการเมืองซึ่งยังเป็นที่น่าเฝ้าระวังต่อไป ในขณะที่ปัจจัยทางพื้นฐานและประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจโลกยังคงมีแนวโน้มที่ดี นำมาซึ่งมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวัง หรือ Cautiously Optimistic ทั้งนี้ในเดือนที่ผ่านมาเรายังคงเห็นตัวเลขเศรษฐกิจที่ยืนยันในการฟื้นตัวของเงินเฟ้อต่อเนื่องและตลาด Emerging Market โดยเฉพาะอินเดีย ที่ทำผลตอบแทนได้ดีกว่า Developed Market ซึ่งยังสอดคล้องกับมุมมองของเรา .รูปที่ 1 ธีมการลงทุนของปี 2017: ที่มา INFINITI Global Investors . เมื่อพิจารณาผลตอบแทนของสินทรัพย์แต่ละประเภทตั้งแต่ต้นปี 2560 เรายังคงเห็นตลาดหุ้นกลุ่ม Emerging market ที่ได้รับแรงหนุนหลักจากตลาดหุ้นอินเดีย และทองคำ ยังคงให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น ส่วนตลาดหุ้นยุโรปได้ปรับตัวขึ้นมาแรงรับข่าวการเลือกตั้งฝรั่งเศสรอบแรกที่ผู้สมัครที่มีแนวคิดนำฝรั่งเศสออกจาก EU ได้คะแนนเป็นรอง . รูปที่ 2 ผลตอบแทนในสินทรัพย์ชนิดต่างๆ YTD ณ 26 เม.ย. 60: ที่มา  Bloomberg . ในเดือนที่ผ่านมาตลาดหุ้นโลกเผชิญความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จากกรณีสหรัฐฯเตรียมพร้อมรับมือการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ การโจมตีฐานทัพซีเรีย…

เมื่อหุ้นโลกทำ All Time High

ผ่านไปแล้วกับอีกเดือนของปี 2017 จากมุมมอง เมื่อกระแสเงินไหล จากตราสารหนี้ สู่ ตราสารทุน ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยตลาดหุ้นโลกมีการทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองดังกล่าว โดยกระแสเงินยังคงไหลเข้าสู่ตราสารทุนในหลายภูมิภาค เช่น ตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้นจีน ตลาดหุ้นอินเดีย ที่เป็นตลาดในกลุ่ม Emerging Market นอกจากนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงทำจุดสูงสุดอย่างต่อเนื่อง จากกระแสตอบรับที่ดีจากนโยบายของทรัมป์ . รูปที่ 1 ธีมการลงทุนของปี 2017: ที่มา INFINITI Global Investors . โดยหากดูผลตอบแทนของสินทรัพย์แต่ละประเภทตั้งแต่ต้นปีก็จะเห็นได้ชัดว่าผลตอบแทนจากทองคำและตลาดหุ้น Emerging Market ยังคงทำผลตอบแทนได้ดีเป็นอันดับต้นๆนับตั้งแต่ต้นปี 2560 . รูปที่ 2 ผลตอบแทนในสินทรัพย์ชนิดต่าง ๆ YTD ณ 23 ก.พ. 60: ที่มา J.P. Morgan, Bloomberg . ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงทำจุดสูงสุดอย่างต่อเนื่อง หลังทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยมีนโยบายด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศ…

เมื่อกระแสเงินไหลจากตราสารหนี้สู่ตราสารทุน

ผ่านไปแล้วสำหรับ 1 เดือนแรกของปี 2017 จากมุมมองรายปี The Year of Change ของ INFINITI ในเดือนมกราคมที่ผ่านมาเราเริ่มเห็นภาพรวมของตลาดทุนเริ่มมีทิศทางไปในทิศทางเดียวกับสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้ 2 ประเด็นใหญ่ ได้แก่ การไหลของเงินทุนจากตราสารหนี้เข้าสู่ตลาดหุ้นที่ชัดเจนมากในเดือน ม.ค. 17 ที่ผ่านมา จากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวเริ่มมีการขยับตัวขึ้นหลังจากที่เฟดเริ่มมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 16 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดหุ้นหลายภูมิภาคมีการปรับตัวสูงขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบปี เช่น ตลาดหุ้นไทย และตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ทำจุดสูงสุดตลอดกาล อีกทั้งประเด็นถัดมาที่ชัดเจน คือ ตลาดหุ้นในกลุ่ม Emerging Market เป็นตลาดที่กลับมาสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า Developed Market จากทิศทางของค่าเงินดอลลาร์ที่กลับมาอ่อนค่าอีกครั้ง . รูปที่ 1 ธีมการลงทุนของปี 2017: ที่มา INFINITI Global Investors . โดยหากดูผลตอบแทนของสินทรัพย์แต่ละประเภทตั้งแต่ต้นปีก็จะเห็นได้ชัดว่า หุ้นในกลุ่ม Emerging Market และทองคำเป็น สินทรัพย์ในอันดับแรกๆที่กลับมาสร้างผลตอบแทนได้ดี จากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ในขณะที่สินทรัพย์ที่โดนเทขายออกมาหนักและสร้างผลตอบแทนที่ย่ำแย่เป็นกลุ่มตราสารหนี้จากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี…

2017 – The Year of Change – ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง

. ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2560 กันแล้วนะครับ สำหรับ theme การลงทุนของปีไก่นี้เราขอเรียกว่าเป็น “ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง (The Year of Change) โดยปีนี้มีหลาย ๆ อย่างที่เปลี่ยนแปลงไปจากปีที่ผ่าน ๆ มาอย่างมาก และความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนมีนัยยะต่อการลงทุนไม่น้อย โดยรวมแล้วคำแนะนำการจัดพอร์ต Global Absolute Return ซึ่งตั้งเป้าหมายผลตอบแทนระยะยาว 8 – 10% ต่อปี และพยายามลดความเสี่ยงในยามตลาดผันผวน เราแนะนำสัดส่วนลงทุนในตราสารทุน 70% ของพอร์ต โดยเรามองว่าปีไก่นี้น่าจะเป็นปีที่ดีสำหรับภาวะการลงทุนตลาดหุ้น 1. The Year of Change รูปที่ 1: ที่มา INFINITI Global Investors ความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างสร้างที่สำคัญ ที่มีนัยต่อเศรษฐกิจ และการลงทุนมีดังนี้ จาก Globalization สู่ Protectionism – การก้าวเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของทรัมป์ และนโยบายการปกป้องธุรกิจในประเทศโดยการกลับมาใช้นโยบายกำแพงภาษี เรียกได้ว่าเป็นการสวนทางกับกระแสโลกาภิวัฒน์ และการเปิดเสรีทางการค้า ถ้าทรัมป์ดำเนินนโยบายอย่างแข็งกร้าวจริง…

ปรับพอร์ตหลังการเลือกตั้งสหรัฐ

นโยบายของทรัมป์เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ควรนำมาคำนึงถึงใสการจัดพอร์ตการลงทุนสำหรับปีหน้า โดยเฉพาะเรื่องแนวโน้มของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากทรัมป์ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดี เช่นเดียวกับประเด็นเรื่องนโยบายด้านภาษีที่ดูจะแข็งกร้าวต่อประเทศคู่ค้า เรากำลังเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีกันแล้วนะครับ นับว่าเป็นอีกปีที่ตลาดมีความผันผวนไม่น้อยทีเดียว ทั้งตลาดหุ้นที่เริ่มต้นปีด้วยความแข็งแกร่งของตลาดเกิดใหม่ แต่ส่งท้ายปีด้วยตลาด Developed Market ขณะที่ราคาทองคำเริ่มทรุดตัวลงต่อเนื่อง จากที่เป็นพระเอกในช่วงครึ่งปีแรก สำหรับประเด็นการลงทุนที่สำคัญสำหรับเดือนธันวาคมนั้นมีอะไรกันบ้างนั้น ไปดูกันครับ 1.ค่าเงิน USD แข็งทะลุแนวต้านในรอบหลายปี รูปที่ 1 ค่าเงินดอลลาร์ & ฺBond Yield สหรัฐฯ 10 ปี | ที่มา Bisnews Bond Yield สหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง โดยตลาดเชื่อว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าที่เคยคาดการณ์ก่อนหน้านี้ เช่นเดียวกับค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่ามากที่สุดในรอบหลายปี ส่งผลให้เงินสกุลอื่นอ่อนค่าลงทั่วโลก . . 2. ตลาดเกิดใหม่มีการปรับฐานหลังเลือกตั้งสหรัฐฯ รูปที่ 2 EM Vs DM Equity Market | ที่มา JPMorgan ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ปรับตัวลงประมาณ 6% ในระยะสั้นหลังทรัมป์ชนะเลือกตั้ง อย่างไรก็ดีดัชนีค่อย…