ผ่านไปแล้วสำหรับไตรมาสแรกของปี 2018 ไตรมาสที่ผ่านมาเป็นไตรมาสที่เกิดความผันผวนต่อเนื่องจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความกังวลด้านเงินเฟ้อและความกังวลด้านสงครามการค้าที่อาจจะมีผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจโลกที่กำลังเติบโต สามารถอ่านบทความของเดือนมีนาคม 2561 ได้ที่ The Return of Volatility จากมุมมองรายปี INFINITI Outlook 2018 : Playing Extra Time

.

รูปที่ 1 ธีมการลงทุนของปี 2018: ที่มา INFINITI Global Investors

.

เมื่อพิจารณาผลตอบแทนของแต่ละสินทรัพย์ Global REITs ยังคงถูกกดดันจากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ขณะที่ตลาดตราสารหนี้เริ่มฟื้นตัวจากอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ลดลง ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงจากเดือนที่แล้วจากความเสี่ยงด้านสงครามการค้าของสหรัฐฯ โดยหุ้นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนายังสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์เช่น น้ำมัน และทองคำ ก็ยังมีการฟื้นตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนี SET ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 1,770-1,850 จุด

.

2

รูปที่ 2 ผลตอบแทนของสินทรัพย์ชนิดต่างๆ ตั้งแต่ต้นปี ณ วัันทีี่ 29 มี.ค. 61: ที่มา Bloomberg

..

อย่างไรก็ตาม เพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ลงนามบันทึกประธานาธิบดี ตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีน มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกำแพงภาษีล่าสุดอาจอยู่ที่ 25% ครอบคลุมสินค้ากว่า 1,300 รายการ ภายหลังทรัมป์ลงนามบันทึกดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์จีนเสนอตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐเช่นกัน คิดเป็นมูลค่ารวม 3,000 ล้านดอลลาร์ เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนในรอบ 6 สัปดาห์ ด้านสินทรัพย์ปลอดภัยปรับตัวขึ้นแรง

.

3

รูปที่ 3 โดนัล ทรัมป์ และ สี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีสหรัฐฯและสาธารณรัฐประชาชนจีน: ที่มา KYT24

.

เมื่อพิจารณาคู่ค้าหลักที่อาจได้รับผลกระทบจะพบว่า นอกเหนือจากประเทศจีนแล้วก็จะมีอีก 4 ประเทศที่มีผลการดำเนินงานเกินดุลการค้ากับฝั่งสหรัฐฯซึ่งประเทศเหล่านี้อาจต้องเผชิญกับนโยบายการค้าที่แข็งกร้าวจากฝั่งสหรัฐฯเช่นเดียวกับประเทศจีน

.

4

รูปที่ 4 ประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐฯมากที่สุด 5 ประเทศแรก: ที่มา Bloomberg, INFINITI

.

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่ทรัมป์ออกมาตรการกดดันทางการค้ากับประเทศต่างๆ ได้ประกาศชะลอการเก็บภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมจากทั่วโลกกับสหภาพยุโรปและอีก 6 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ แคนาดา บราซิล เม็กซิโก และอาร์เจนตินา ไปจนถึง วันที่ 1 พ.ค.นี้ ขณะที่จีนประกาศพร้อมเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ โดยจีนจะนำเข้าสินค้าประเภทเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้นจากสหรัฐฯ รวมถึงพร้อมแก้ไขกฎระเบียบให้สถาบันการเงินสหรัฐฯ เข้ามาลงทุนในธุรกิจสถาบันการเงินจีนได้เพิ่มขึ้น โดยหวังว่าการดำเนินการดังกล่าวจะลดตัวเลขเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ด้านเกาหลีได้เจรจากับสหรัฐฯโดยจะส่งออกเหล็กไปยังสหรัฐฯลดลง 30% อนุญาตให้สหรัฐฯส่งออกรถยนต์มายังเกาหลีเพิ่มขึ้น และให้ความร่วมมือในการไม่ลดค่าเงินของตัวเองเพื่อประโยชน์ทางการค้า เราจึงมองว่ามาตรการดังกล่าวอาจเป็นเพียงการกดดันเพื่อการเจรจาทางการค้าของสหรัฐฯเพื่อลดการขาดดุลทางการค้า

.

นอกจากนี้สหรัฐฯ มีการจัดทำงบประมาณประจำปี โดยมีการขาดดุลงบประมาณสูงสุดตั้งแต่ปี 2012 โดยรายรับลดลง 9% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 2% กระตุ้นความกังวลของนักลงทุนต่อมาตรการลดภาษีนิติบุคคลทำให้ขาดดุลการคลังเพิ่มขึ้น ขณะที่ดุลการค้ายังคงขาดดุลต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลต้องออกพันธบัตรมากขึ้น กดดันค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง  ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงบวกกับตลาดหุ้นเกิดใหม่และสินค้าโภคภัณฑ์

.

รูปที่ 5 งบประมาณประจำปีของสหรัฐฯต่อ GDP ตั้งแต่ปี 1970: ที่มา Bloomberg

.

ในส่วนของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด มีการประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 20-21 มีนาคม 2018 โดยมีมติปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 25 bps ไปอยู่ที่ช่วง 1.50 – 1.75% อย่างไรก็ตามเฟดยังคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือ Dot Plot ไว้ ในปี 2018 นี้ที่ 3 ครั้ง และปี 2019 2020 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 3 ครั้งและ 2 ครั้งต่อปี ตามลำดับ

.

7

รูปที่ 6 Dot Plot ของเฟด เดือนมีนาคม 2018 เปรียบเทียบกับเดือนธันวาคม 2017: ที่มา The Financial Times

.

ขณะที่ธนาคารกลางหลักของโลกอื่นๆ จะพบว่าสภาญี่ปุ่นมีมติรับรอง คุโรดะ วัย 73 ปี นั่งตำแหน่งผู้ว่าการ BoJ ต่ออีกสมัย และยังคงนโยบายการเงินเนื่องด้วยเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ห่างไกลจากเป้าหมายที่ 2%

และฝั่ง ECB ยังคงดอกเบี้ยนโยบายคงวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ 3 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน และมาริโอ ดรากีกล่าวในการประชุมที่แฟรงก์เฟริตว่า ขณะนี้ยังรอสัญญาณของเงินเฟ้อในระยะกลางที่ชัดเจนมากกว่านี้

เห็นได้ชัดว่าธนาคารกลางหลักของโลกทั้ง 2 แห่ง ยังคงใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไป แม้จะเริ่มมีสัญญาณว่าอาจพิจารณาลดการผ่อนคลายทางการเงินในปีหน้า

.

8

รูปที่ 7 ฮารุฮิโกะ คุโรดะ และมาริโอ ดรากี ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นและยุโรป: ที่มา CNBC

.

เมื่อพิจารณาตัวเลขเศรษฐกิจไทยโดยส่วนใหญ่มีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นเทียบกับปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม สศช. มีการประกาศตัวเลข GDP ในปี 2560 ที่ 4.0% (YoY) ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 4.4% (YoY) ซึ่งการเติบโตนั้นส่วนใหญ่มากจากกลุ่มการท่องเที่ยวและส่งออก นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากการที่รัฐบาล คสช. อนุญาตให้มีการยื่นจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองกับกกต. สะท้อนการเตรียมการที่น่าจะมีการเลือกตั้งภายในปีหน้า

9

รูปที่ 8 ตัวเลขเศรษฐกิจไทย: ที่มา BOT, NESDB, FTI, MOC, Nikkei, IHS, Markit, Department of Tourism, Ministry of Tourism & Sport

.

เศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงฟื้นตัว นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเชิงบวกด้านนโยบายการปฏิรูปภาษี อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางด้านเงินเฟ้อและ valuation ที่แพงเมื่อเทียบกับการเติบโตและมีความเสี่ยงด้านสงครามการค้ากับหลายๆประเทศ ทำให้เรายังคงหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ

.

10

รูปที่ 9 ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ: ที่มา Bloomberg, BEA และ ISM

.

เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ Kim Jong Un ผู้นำเกาหลีเหนือจะมีการพบปะกันเป็นครั้งแรกเพื่อเจรจาถึงข้อพิพาทต่างๆ โดยแหล่งข่าวอ้างว่าการประชุมจะเกิดขึ้นภายในเดือนพฤษภาคมแต่รายละเอียดที่แน่ชัดยังไม่ได้ถูกแจ้งออกมาอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าเป็นเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งความเคลื่อนไหวล่าสุดถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ช่วยลดความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี

.

11

รูปที่ 10 คิม จอง อึน ผู้นำประเทศเกาหลีใต้ และโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ: ที่มา CNN

.

ตัวเลขเศรษฐกิจจีนโดยภาพรวมยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะตัวเลขนำเข้าและส่งออก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกเรื่องการนำดัชนี A-share เข้าคำนวณ MSCI ในเดือนมิถุนายนนี้ และเรามองว่าการปรับตัวลงของดัชนีเนื่องจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ไม่ได้มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เราจึงยังคงสัดส่วนการลงทุนหุ้นจีน

.

12

รูปที่ 11 ตัวเลขเศรษฐกิจจีน: ที่มา Bloomberg, Caixin, และ IHS Markit

.

ขณะที่ฝั่งประเทศรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 4 ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนถึง 76% ซึ่งเป็นไปตามที่คาดหมาย โดยได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนสูงเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นจากคะแนนเสียง 64% ที่เคยได้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2012 ซึ่งคาดว่าจะทำให้นโยบายของภาครััฐในรัสเซียจะมีความต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ

13

รูปที่ 12 วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย: ที่มา CNN

.

นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์เชิงบวกของหุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่หลายประเทศ คือเงินเฟ้อที่ลดลงต่อเนื่องจากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทำให้ธนาคารกลางในกลุ่มประเทศเหล่านี้ลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศให้เหมาะสมกับภาวะเงินเฟ้อที่ลดลง ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น ซึ่งสถานการณ์นี้เกิดขึ้นในหลายๆประเทศ เช่น บราซิล และ รัสเซีย

14

รูปที่ 13 ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราเงินเฟ้อ และ ดัชนีตลาดหุ้นของบราซิล: ที่มา INFINITI

.

ด้านตัวเลขเศรษฐกิจของญี่ปุ่นโดยรวมยังฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง โดย GDP ในไตรมาสที่ 4 เติบโต 1.6% เทียบกับประมาณการที่ 0.9% อย่างไรก็ตาม หุ้นญี่ปุ่นถูกกดดันอย่างหนักโดยการแข็งค่าของเงินเยน จากความเสี่ยงด้านสงครามการค้าและนโยบายการเงิน เราจึงแนะนำหลีกเลี่ยงลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น

.

รูปที่ 14 ตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่น: ที่มา Bloomberg, Nikkei และ IHS Markit

.

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจของยุโรปมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ยังคงอยู่ในภาพการฟื้นตัวในระยะกลางจากตัวเลข GDP ที่มีการเติบโตสูงสุดในรอบ 5 ปี แต่ตัวเลขเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ เรายังคงน้ำหนักการลงทุนในยุโรปต่อเนื่องตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและนโยบายการเงินที่เอื้อต่อการลงทุน

.

รูปที่ 15 ตัวเลขเศรษฐกิจยุโรป: ที่มา Bloomberg และ IHS Markit

.

ด้านราคาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยปรับตัวขึ้นมาบริเวณ $1,350 จากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าต่อเนื่อง เรายังคงคำแนะนำให้ลงทุนทองคำตามสัดส่วนของพอร์ตที่ 10% เพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุน

.

17

รูปที่ 16 กราฟราคาทองคำและดัชนีค่าเงินดอลลาร์ ถึงวันที่ 28 มี.ค. 2560: ที่มา Bloomberg

.

สำหรับคำแนะนำพอร์ตการลงทุนแบบ Global Absolute Return Portfolio ของ INFINITI Global Investors ซึ่งเป็นคำแนะนำการลงทุนแบบ Absolute Return ซึ่งมีความยืดหยุ่นต่อการปรับเปลี่ยนพอร์ตตามมุมมองภาวะตลาด มีเป้าหมายผลตอบแทนการลงทุนต่อปีประมาณ 8 – 10% ซึ่งต่ำกว่าผลตอบแทนระยะยาวของตลาดหุ้นเล็กน้อย และมีเป้าหมายความผันผวนของพอร์ตในระดับที่ต่ำกว่าตลาดหุ้นจากการกระจายการลงทุน โดยกลยุทธ์นี้จะพยายามลดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญในยามที่พื้นฐานการลงทุนไม่ดี ทั้งนี้สำหรับเดือนเมษายน 2018 เราแนะนำสัดส่วนการจัดพอร์ตดังนี้

.

GAR NF

รูปที่ 17 Global Absolute Return Portfolio Model เดือน เม.ย. 61: ที่มา INFINITI

.

เดือนนี้เราแนะนำคงสัดส่วนการจัดพอร์ตโดยลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น 50% นำไปพักในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น 40% สำหรับนักลงทุนที่ไม่มีความประสงค์ที่จะลงทุนในตลาดทองคำ เราแนะนำให้เปลี่ยนสัดส่วนการลงทุน โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นอีก 40% เป็น 50% ดังนี้

.

GAR NG NF

รูปที่ 18 Global Absolute Return Portfolio Model (No Gold) เดือน เม.ย. 61: ที่มา INFINITI

.

นอกเหนือจากพอร์ต Global Absolute Return ทาง INFINITI Global Investors ได้ออกแบบพอร์ตการลงทุนประเภทใหม่ “INFINITI TOP5” ซึ่งเป็นพอร์ตที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงมาก มีความรู้ ความเข้าใจในตลาดทุน สามารถรับความผันผวนสูงได้ รับการปรับพอร์ตแบบฉับไวและการตัดขาดทุน (Cut Loss Policy) ได้ โดยต้องการผลตอบแทนสูงคล้ายการลงทุนในหุ้น เป็นการจัดพอร์ตแบบกระจายการลงทุนผ่านกองทุนหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก เน้นคัดเลือกกองทุนรวมที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา สูงสุดไม่เกิน 5 กอง ปรับพอร์ตตามภาวะตลาดอย่างใกล้ชิด

.

TOP5 NF

รูปที่ 19 TOP5 เดือน เม.ย. 61: ที่มา INFINITI

.

โดยเราแนะนำเน้นลงทุนในหุ้นไทยที่มีนโยบายการบริหารเชิงรุกที่โดดเด่น 20% หุ้นเกาหลี 20% หุ้นยุโรป 20% คงสัดส่วนในกองทุนทองคำ 10% และกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น 30% เพื่อลดความเสี่ยงพอร์ต ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองการลงทุนในภาพรวมและโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในเดือนมีนาคมนี้ อย่างไรก็ตามจังหวะในการแนะนำเข้าลงทุนโปรดติดต่อ Investment Advisor เพื่อประกอบการตัดสินใจ

.

INFINITI Global Investors

The Ultimate Investment Solution

Comments

comments