ใกล้เข้าสู่ครึ่งหลังของปี 2018 ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมายังคงมีความผันผวนต่อเนื่องจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความกังวลด้านเงินเฟ้อและความกังวลด้านสงครามการค้าที่อาจจะมีผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจโลกที่กำลังเติบโต สามารถอ่านบทความของเดือนพฤษภาคม 2561 ได้ที่ 3% และจากมุมมองรายปี INFINITI Outlook 2018 : Playing Extra Time

.

1

รูปที่ 1 ธีมการลงทุนของปี 2018 : ที่มา INFINITI Global Investors

.

เมื่อดูรายสินทรัพย์ Global REITs และ Fixed Income ยังคงถูกกดดันจากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นตั้งแต่ต้นปี ในขณะที่เดือน พ.ค. เริ่มเห็นการฟื้นตัวขึ้นมาบ้างเล็กน้อยในช่วงปลายเดือนหลังตลาดหุ้นมีความผันผวน

โดยตลาดหุ้นทั่วโลกในเดือนที่ผ่านมามีความผันผวนต่อเนื่อง จากปัจจัยกดดันหลายๆปัจจัย ทั้งเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯและจีนที่ยังไม่ได้ข้อสรุป และความวุ่นวายทางการเมืองในอิตาลี

ส่วนกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมัน และทองคำ ปรับตัวลงสวนทางกับค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมา

ในเดือนที่ผ่านมา SET ปรับตัวลงเนื่องจากภาวะเงินทุนไหลออก แม้ว่า GDP จะประกาศออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์

2

รูปที่ 2 ผลตอบแทนของสินทรัพย์ชนิดต่างๆ ตั้งแต่ต้นปี ณ วันที่ 30 พ.ค. 61 : ที่มา Bloomberg.

.

แม้จะเริ่มเห็นความเสี่ยงทั้งด้านสงครามการค้า ด้านการเมืองในฝั่งยุโรป และความผันผวนจากหุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ แต่เศรษฐกิจในระดับมหภาคและกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี เราจึงยังคงแนะนำให้มีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนต่อไป

.

3

รูปที่ 3 การเติบโตของกำไรสุทธิของดัชนีหุ้นต่าง ๆ : ที่มา Goldman Sachs

.

สถานการณ์ในฝั่งยุโรป ความไม่แน่นอนทางการเมืองของอิตาลียังคงสร้างความกังวลและความผันผวนให้กับตลาดการเงิน โดยประธานาธิบดีอิตาลี แซร์โจ แม็ตตาเรลลา แต่งตั้งนายคาร์โล คอตตาเรลลี่ อดีตนักเศรษฐศาสตร์ของ IMF เป็นนายกรัฐมาตรีชั่วคราว เพื่อขัดขวางไม่ให้พรรค 5 Stars Movement และพรรค League ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยคาดว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งใหม่อย่างเร็วสุดในเดือนกรกฎาคมนี้ เหตุการณ์นี้ทำให้ตลาดเกิดความวิตกกังวล เรื่องนโยบายการคลังหลังจากการจัดตั้งรัฐบาล เพราะอิตาลีมีหนี้สาธาณะสูงถึง 132% ของ GDP

ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีการเทขายพันธบัตรของอิตาลี เพื่อไปเข้าซื้อพันธบัตรของเยอรมัน ส่งผลให้ spread พันธบัตร 10 ปีของอิตาลีและเยอรมันดีดตัวสูงสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลและความไม่แน่นอนที่ยังต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

.

4

รูปที่ 4 Spread ระหว่างอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล 10 ปีของอิตาลีและเยอรมัน : ที่มา Bloomberg

.

ด้านประเด็นการเจรจาทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯยังคงค้างคา โดยช่วงที่ผ่านมาสหรัฐฯ เริ่มมีการช่วยเหลือบริษัท ZTE ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารจากจีนจากมาตรการคว่ำบาตรก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าจะใช้นโยบายการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในกลุ่มเทคโนโลยีมูลค่ากว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ ที่ระดับ 25% โดยรัฐบาลสหรัฐฯ จะประกาศรายการสินค้านำเข้าที่จะได้รับผลกระทบ ภายในวันที่ 15 มิ.ย. นี้

ด้านความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ ก่อนหน้านี้ ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกมาเผยว่าจะยกเลิกงานสุดยอดการประชุมระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือเพื่อเจรจากับ คิม จอง อึน อย่างไรก็ตามการประชุมดังกล่าวน่าจะยังคงเกิดขึ้น หลังเกาหลีเหนือมีท่าทีที่อยากเจรจากับทางสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พิจารณาแผนการตรวจสอบว่า รถยนต์และรถบรรทุกที่นำเข้าจากต่างประเทศเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติหรือไม่ ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อาจเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตราสูงถึง 25%

.

5

รูปที่ 5 โดนัล ทรัมป์ และ คิม จอง อึน : ที่มา CNBC

.

เรามองค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสกลับมาอ่อนค่าในระยะกลางจากภาวะ Twin Deficits ของสหรัฐฯ ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดเกิดใหม่ ในขณะที่ฝั่งยุโรปและญี่ปุ่นอาจถูกกดดันจากค่าเงินยูโรและเยนอาจกลับมาแข็งค่า โดยเรามองว่า US Dollar Index มีแนวต้านใหญ่ที่บริเวณ 95 จุด

.

6

รูปที่ 6 ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ : ที่มา Bloomberg

.

ขณะที่กลุ่มตลาดเกิดใหม่หลายแห่งผันผวนจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า เนื่องจากมีหนี้สกุลเงินต่างประเทศอยู่จำนวนมาก รวมถึงปัญหาเงินเฟ้อและประสบกับภาวะขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ส่งผลให้เกิดภาวะเงินทุนไหลออกในระยะสั้นเมื่อค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า

ประเทศอาเจนตินาเผชิญกับวิกฤตค่าเงินเปโซที่อ่อนค่าอย่างรุนแรงและปัญหาเงินเฟ้อกว่า 25% จนทำให้ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมาที่ระดับ 40% เพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว และล่าสุดได้ทำการขอความช่วยเหลือจาก IMF

หุ้นตุรกีปรับตัวลง เนื่องจากอ่อนแอต่อค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากจากความกังวลด้านอัตราเงินเฟ้อในระดับสูง และการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เนื่องจากก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีตุรกีเข้ามาแทรกแซงธนาคารกลางเพื่อไม่ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากต้องการเรียกคะแนนจากประชาชนก่อนจะมีการจัดเลือกตั้งในช่วง 24 มิ.ย. อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางธนาคารกลางตุรกีได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 13.5% มาสู่ระดับ 16.5% เพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อและเงินทุนไหลออก

ขณะเดียวกันหุ้นบราซิลปรับตัวลดลงแรงมาก่อนหน้านี้จากการที่กลุ่มคนขับรถบรรทุกรวมตัวกันหยุดงานประท้วง ปิดถนนและช่องการขนส่งต่างๆเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลควบคุมราคาน้ำมันหลังปรับตัวขึ้นแรงตามตลาดโลก ล่าสุดทางรัฐบาลประกาศปรับลดราคาน้ำมันดีเซลมีผลเป็นระยะเวลา 2 เดือน และราคาน้ำมันจะเปลี่ยนแปลงเป็นรายเดือนแทนรายวัน ประกอบกับบราซิลเจอภาวะเงินทุนไหลออก ส่งผลให้ค่าเงินเรียลอ่อนค่าลง

.7

รูปที่ 7 Current account balances, Government effectiveness, Foreign debt to GDP ของกลุ่มประเทศ EM : ที่มา Bloomberg

.

การปรับตัวลงของตลาดเกิดใหม่ในช่วงที่ผ่านมาที่ปรับลงมากว่า 12% น่าจะเป็นแค่การปรับฐาน ในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์มีแข็งค่าขึ้นมาราวกว่า 6% เมื่อเทียบกับภาวะตลาดขาขึ้นของตลาดเกิดใหม่รอบใหญ่ในอดีตช่วงปี 2003-2007 จะพบว่าระหว่างทางจะมีการปรับฐานเป็นปกติก่อนปรับตัวขึ้นต่อ เช่น กรณีของปี 2004 ที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่ากว่า 7% ส่งผลให้ตลาดเกิดใหม่ปรับฐานลงกว่า 17%

เรามีมุมมองว่าการแข็งค่าของดอลลาร์หลังจากนี้น่าจะอยู่ในระดับที่จำกัดจากภาวะ Twin Deficit ของสหรัฐฯ ซึ่งน่าจะทำให้การปรับฐานของตลาดเกิดใหม่หลังจากนี้อยู่ในระดับที่จำกัดเช่นกัน เมื่อเทียบกับในอดีต

.

8

รูปที่ 8 ความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีหุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่และดัชนีค่าเงินดอลลาร์ : ที่มา Bloomberg

.

เรายังคงมองว่าตลาดเกิดใหม่ยังมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นกว่าตลาดพัฒนาแล้วในระยะกลาง สะท้อนผ่าน MACD ในระดับรายเดือนที่ยังส่งสัญญาณ Bullish และอยู่เหนือค่าศูนย์

.

9

รูปที่ 9 ดัชนีหุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ต่อดัชนีหุ้นโลก : ที่มา Bloomberg

.

ในด้านราคาน้ำมันมีการปรับฐานลงมาบ้าง หลังซาอุดิอาระเบียและรัสเซียส่งสัญญาณพิจารณาจะลดกำลังการผลิตเพื่อรับมือกับอุปทานน้ำมันที่ลดลงจากเวเนซูเอลาและอิหร่าน

อย่างไรก็ตามทางกลุ่ม OPEC เองยังมีแนวโน้มที่จะยังคงตรึงกำลังการผลิตตามแผนเดิมจากการประชุม ส่งผลให้ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น

.

10

รูปที่ 10 ราคาน้ำมัน WTI : ที่มา Bloomberg

.

ในด้านนโยบายธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ยังคงมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50-1.75% ในรอบการประชุมเดือน พ.ค. โดยคำแถลงการณ์จากรายงานการประชุมครั้งล่าสุดระบุว่า Fed ยังคงมองว่าอัตราเงินเฟ้อจะสามารถปรับตัวเข้าสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ได้ในระยะกลาง ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อในระยะสั้นมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นกว่า 2%

โดยตลาดมองว่า Fed มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบการประชุมเดือนมิ.ย. ที่จะถึงนี้

.

11

รูปที่ 11 การคาดการณ์การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด : ที่มา CME Group

.

เมื่อมองตัวเลขเศรษฐกิจไทย ภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักยังเติบโตได้ดี โดยการส่งออกยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตช้าลงเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง ที่ 9.38%

ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา

.

12

รูปที่ 12 ตัวเลขเศรษฐกิจไทย: ที่มา BOT, NESDB, FTI, MOC, Nikkei, IHS, Markit, Department of Tourism, Ministry of Tourism & Sport

.

เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 61 เติบโตที่ 4.8% สูงสุดในรอบ 5 ปี โดยส่วนใหญ่การเติบโตมาจาก 1) สินค้าคงคลังซึ่งมีการ restocking สินค้าในกลุ่มสินค้าเกษตร และยานยนต์ 2) การบริโภคภาคเอกชนที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งโดยเฉพาะด้านการซื้อรถยนต์
การลงทุนจากทั้งภาครัฐบาลและเอกชนขยายตัวทั้งคู่ โดย 1) การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวทั้งในส่วนการซื้ออุปกรณ์ และการก่อสร้าง 2) การลงทุนภาครัฐโดยรวมกลับมาขยายตัว แต่ยังกระจุกตัวในกลุ่มรัฐวิสาหกิจเป็นส่วนใหญ่
เรามองว่า กลุ่มยานยนต์ยังสามารถเติบโตตามการบริโภคและการส่งออกที่ยังขยายตัวแข็งแกร่ง กลุ่มรับเหมาก่อสร้างเริ่มเห็นการฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาสที่ผ่านมา สอดคล้องกับจากการลงทุนที่ขยายตัวทั้งภาครัฐและเอกชน และกลุ่มท่องเที่ยวที่ยังสามารถเติบโตได้ดีต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในกลุ่ม Mid-Small cap

.

13

รูปที่ 13 องค์ประกอบของ GDP ไตรมาสที่ 1/2561 : ที่มา NESDB, INFINITI

.

ด้านกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยไตรมาส 1 อยู่ที่ระดับ 2.89 แสนล้านบาท (+0.6%YoY, +15.9%QoQ) โดยทำจุดสูงสุดใหม่สำหรับกำไรรายไตรมาส ซึ่งได้รับแรงหนุนจากกำไรของกลุ่มพลังงาน หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลและขนส่ง ที่มีกำไรที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

.

รูปที่ 14 การเติบโตของกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนไทย (ตามหมวดอุตสาหกรรม) : ที่มา SETSMART, INFINITI

.

มาที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงฟื้นตัว โดยปัจจัยเชิงบวกด้านนโยบายการปฏิรูปภาษี และผลประกอบการไตรมาส 1/2561 ประกาศออกมาดีกว่าคาด เป็นปัจจัยบวกโดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางด้านเงินเฟ้อ และความเสี่ยงด้านสงครามการค้ากับจีน ทำให้เราไม่แนะนำการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ

.

15

รูปที่ 15 ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ : ที่มา Bloomberg, BLS, BEA, ISM

.

ในด้านของจีน ตัวเลขส่งออกและดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อและบริการของจีนในเดือน เม.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังชะลอตัวลงชั่วคราวในเดือนก่อนหน้า นอกจากนี้จีนยังมีปัจจัยบวกจากการที่ MSCI จะเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีนประเภท A-share เข้าคำนวณใน MSCI หลายดัชนีในเดือนมิถุนายน

.

16

รูปที่ 16 ตัวเลขเศรษฐกิจจีน: ที่มา Bloomberg, Caixin, และ IHS Markit

.

มาดูที่ฝั่งญี่ปุ่นกันบ้าง ตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 1 ของญี่ปุ่นหดตัวลงจากปีที่แล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ในหลายๆที่ยังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะยังคงฟื้นตัวในระยะกลาง
เราแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นเนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและค่าเงินที่มีแนวโน้มแข็งค่า

.

17

รูปที่ 17 ตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่น: ที่มา Bloomberg, Nikkei และ IHS Markit

.

ด้านฝั่งยุโรป ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรปเริ่มชะลอตัวลง รวมถึงปัญหาทางการเมืองในประเทศอิตาลีที่ยังยืดเยื้อ ซึ่งอาจลุกลามต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคยุโรปโดยรวมได้
เราจึงแนะนำให้หาจังหวะขายหุ้นยุโรปด้วยปัจจัยเสี่ยงที่เพี่มขึ้นทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมือง

.

18

รูปที่ 18 ตัวเลขเศรษฐกิจยุโรป: ที่มา Bloomberg และ IHS Markit

.

ด้านราคาทองคำปรับตัวลงแต่ยังคงอยู่ในบริเวณ $1,300 จากค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่า เรายังคงคำแนะนำให้ลงทุนทองคำตามสัดส่วนของพอร์ตที่ 10% เพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุน

.19

รูปที่ 19 กราฟราคาทองคำและดัชนีค่าเงินดอลลาร์ ถึงวันที่ 31 พ.ค. 2561 : ที่มา Bloomberg

.

สำหรับคำแนะนำพอร์ตการลงทุนแบบ Global Absolute Return Portfolio ของ INFINITI Global Investors ซึ่งเป็นคำแนะนำการลงทุนแบบ Absolute Return ซึ่งมีความยืดหยุ่นต่อการปรับเปลี่ยนพอร์ตตามมุมมองภาวะตลาด มีเป้าหมายผลตอบแทนการลงทุนต่อปีประมาณ 8 – 10% ซึ่งต่ำกว่าผลตอบแทนระยะยาวของตลาดหุ้นเล็กน้อย และมีเป้าหมายความผันผวนของพอร์ตในระดับที่ต่ำกว่าตลาดหุ้นจากการกระจายการลงทุน โดยกลยุทธ์นี้จะพยายามลดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญในยามที่พื้นฐานการลงทุนไม่ดี ทั้งนี้สำหรับเดือนมิถุนายน 2018 เราแนะนำสัดส่วนการจัดพอร์ตดังนี้

เราแนะนำการจัดพอร์ตโดยการขายหุ้นยุโรปทำให้สินทรัพย์หุ้นรวมเหลือ 40% เพื่อนำไปพักในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะกลางเพิ่มเป็น 40% และลดตราสารหนี้ระยะสั้นลงเหลือ 10%

.

20

รูปที่ 20 Global Absolute Return Portfolio Model เดือน มิ.ย. 61 : ที่มา INFINITI

.

สำหรับนักลงทุนที่ไม่มีความประสงค์ที่จะลงทุนในตลาดทองคำ เราแนะนำให้เปลี่ยนสัดส่วนการลงทุน โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลางเป็น 50% ดังนี้

.

21

รูปที่ 21 Global Absolute Return Portfolio Model (No Gold) เดือน มิ.ย. 61 : ที่มา INFINITI

.

นอกเหนือจากพอร์ต Global Absolute Return ทาง INFINITI Global Investors ได้ออกแบบพอร์ตการลงทุนประเภทใหม่ “INFINITI TOP5” ซึ่งเป็นพอร์ตที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงมาก มีความรู้ ความเข้าใจในตลาดทุน สามารถรับความผันผวนสูงได้ รับการปรับพอร์ตแบบฉับไวและการตัดขาดทุน (Cut Loss Policy) ได้ โดยต้องการผลตอบแทนสูงคล้ายการลงทุนในหุ้น เป็นการจัดพอร์ตแบบกระจายการลงทุนผ่านกองทุนหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก เน้นคัดเลือกกองทุนรวมที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา สูงสุดไม่เกิน 5 กอง ปรับพอร์ตตามภาวะตลาดอย่างใกล้ชิด

.

22

รูปที่ 22 TOP5 เดือน มิ.ย. 61: ที่มา INFINITI

.

โดยเราแนะนำเน้นลงทุนในหุ้นไทยที่มีนโยบายการบริหารเชิงรุกที่โดดเด่น 20% หุ้นเกาหลี 20%  คงสัดส่วนในกองทุนทองคำ 10% ลดสัดส่วนการลงทุนหุ้นยุโรปทั้งหมด 20% ลดสัดส่วนกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นลง 10% จาก 30% เป็น 20% และเพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ระยะกลางเป็น 30% เพื่อลดความเสี่ยงพอร์ต ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองการลงทุนในภาพรวมและโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในเดือนมิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตามจังหวะในการแนะนำเข้าลงทุนโปรดติดต่อ Investment Advisor เพื่อประกอบการตัดสินใจ

.

INFINITI Global Investors

The Ultimate Investment Solution

.

Comments

comments