เดือนตุลาคม 2017 ที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นสัญญาณที่ Hawkish มากขึ้นของ FED หลัง Janet Yellen แถลงถึงมุมมองที่จะทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแม้อัตราเงินเฟ้อยังไม่มีความแน่นอน ในขณะเดียวกันเศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวต่อเนื่อง จากมุมมอง Moving Forward

Screen Shot 2560-09-28 at 18.10.43รูปที่ ธีมการลงทุนของปี 2017: ที่มา INFINITI Global Investors

.

เมื่อมาดูผลตอบแทนในแต่ละสินทรัพย์ตลาดหุ้น Emerging Market และ Asia ex Japan ยังคงทำผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดหุ้นพัฒนาแล้วตั้งแต่ต้นปี อย่างไรก็ตามในเดือนนี้ตลาดหุ้นกลุ่มดังกล่าวรวมถึงตลาดหุ้นจีน CSI300 มีการปรับฐานบ้างเล็กน้อย ส่วนกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และน้ำมันมีการฟื้นตัวขึ้นมาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ SET กลับมาเป็นตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาโดดเด่นในปีนี้มาอยู่ที่ 11.15% เทียบกับเดือนที่แล้ว 5.04% ทำผลตอบแทนขึ้นมาอย่างรวดเร็วภายในเวลา 1 เดือน

2รูปที่ ผลตอบแทนในสินทรัพย์ชนิดต่างๆ YTD ณ 25 ก.ย. 60: ที่มา  Bloomberg

.

ประเด็นหลักสำคัญในเดือนนี้คือการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed เริ่มส่งสัญญาณการใช้นโยบายที่เข้มงวดทางการเงินมากขึ้น แม้ล่าสุดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1-1.25% และมีแผนเริ่มปรับลดขนาดงบดุลขนาดกว่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนต.ค.นี้ โดย FOMC คาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปี 2017 นี้ 3 ครั้งในปี 2018 และอีก 2 ครั้ง ในปี 2019

ในขณะที่ Janet Yellen ได้ออกมาแถลงมุมมองเพิ่มเติมว่าการทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปเป็นการดำเนินนโยบายที่เหมาะสมแม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังมีความไม่แน่นอน โดยมองว่าจะเป็นการประมาทที่จะรอให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นแตะระดับ 2% ก่อนแล้วค่อยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย คำแถลงการณ์ดังกล่าวจึงเป็นคำแถลงการณ์ที่มีมุมมองค่อนข้าง Hawkish ต่อการดำเนินนโยบายทางการเงิน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี เริ่มปรับตัวขึ้นและค่าเงินดอลลาร์เริ่มกลับมาแข็งค่ากดดันราคาทองคำและหุ้นในกลุ่มตลาดเกิดใหม่และเอเชีย

3รูปที่ 3 FED Dot Plotที่มา  Business Insider

.

กลับมาที่ฝั่งประเทศไทย ตัวเลขเศรษฐกิจไทยโดยส่วนใหญ่มีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น พร้อมกับครม.เห็นชอบผ่านร่างพ...โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อส่งเสริมการลงทุน และปัญหาทางการเมืองที่คลี่คลายลง ทำให้เรามองว่าหุ้นไทยยังน่าลงทุนต่อในระยะกลาง

4รูปที่ 4 ตัวเลขเศรษฐกิจไทย: ที่มา BOT, FTI, Bloomberg, Nikkei และ HIS Markit

.

มาดูกันที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังคงฟื้นตัว พร้อมดัชนีหุ้นที่ทำ new high เนื่องจากทรัมป์ได้ประกาศแผนการปฏิรูปนโยบายการทางภาษี เช่น การปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงเหลือ 20% จาก 35% อย่างไรก็ตาม เรายังคงหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นสหรัฐเนื่องจาก valuation ที่แพงเมื่อเทียบกับการเติบโตและมีความเสี่ยงจากปัจจัยการเมืองภายในทำเนียบขาว รวมถึงข้อพิพาทกับเกาหลีเหนือ

5รูปที่ 5 ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ: ที่มา Bloomberg, BEA และ ISM

.

ด้านตัวเลขเศรษฐกิจจีนโดยภาพรวมยังเติบโตได้ดีโดยเฉพาะตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 2 ที่เติบโตถึง 6.9% ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 6.8% ประกอบกับกำไรของบริษัทจดทะเบียนไตรมาสที่ 2 ของหุ้นจีนยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เรายังคงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นจีนต่อเนื่องจากโมเมนตัมการเติบโตที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน

6รูปที่ 6 ตัวเลขเศรษฐกิจจีน: ที่มา Bloomberg, Caixin, และ IHS Markit

.

ประเด็นสำคัญของจีนในรอบเดือนที่ผ่านมาคือการถูกปรับลด Rating ความน่าเชื่อถือในระยะยาวโดย S&P Global Ratings ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของจีนลง 1 ขั้น จาก AA- สู่ระดับ A+ เท่ากับของ Moody’s และ Fitch ซึ่งมีการปรับลดไปก่อนหน้า โดยระบุถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อที่มากขึ้นของจีน อย่างไรก็ตาม เรายังมีมุมมองเชิงบวก เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากรัฐบาลจีนในการเพิ่มเสถียรภาพในระบบเศรษฐกิจผ่านการปฏิรูปด้านการเงิน นอกจากนี้ระดับ Corporate Debt to GDP ของจีนก็เริ่มมีการปรับลดลงในไตรมาส 2 ปี 2017 นี้อีกด้วย

7รูปที่ 7 ตัวเลขหนี้สินของจีนต่อขนาด GDP แบ่งตามประเภท: ที่มา J.P. Morgan

.

ในขณะเดียวกันวันที่ 18 ตุลาคมนี้ทางการจีนจะมีการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนนั้นจัดขึ้นทุกๆ 5 ปี เพื่อเป็นการเปลี่ยนแปลงคณะผู้นำจีนที่สำคัญและกำหนดนโยบายสำคัญๆของประเทศในอีก 5 ปีข้างหน้า ในด้านเศรษฐกิจ ทางเรามองว่าการประชุมครั้งนี้น่าจะยังมุ่งเน้นไปที่การลดภาระหนี้ (Deleveraging) และการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจในจีน ซึ่งส่งผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว โดยยังเป็นประเด็นที่ยังต้องติดตามนโยบายที่จะออกมาอย่างใกล้ชิด

8รูปที่ 8 การประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ของจีน: ที่มา Chinatoday

.

ฟากญี่ปุ่น เราเริ่มมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น โดยตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวมยังฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ในขณะที่หุ้นญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัว หลังนายกฯอาเบะประกาศยุบสภาเพื่อเตรียมการเลือกตั้งครั้งใหม่ อย่างไรก็ตามเรายังเลี่ยงการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นเนื่องจากมองว่าค่าเงินเยนอาจกลับมาแข็งค่าและกดดันหุ้นญี่ปุ่นได้อีก หากประเด็นเกาหลีเหนือกลับมาสร้างความกังวลอีกครั้ง

9รูปที่ ตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่น: ที่มา Bloomberg, Nikkei และ IHS Markit

.

มาดูกันที่ตัวเลขเศรษฐกิจของยุโรปยังคงอยู่ในช่วงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ

10รูปที่ 10 ตัวเลขเศรษฐกิจยุโรป: ที่มา Bloomberg และ IHS Markit

.

ทั้งนี้เรามองว่าตลาดหุ้นยุโรปเริ่มมีความน่าสนใจเนื่องจากกำไรที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นและราคาที่ปรับลดลงมาตั้งแต่ช่วงกลางปี โดยปัจจุบันมีระดับ trailing PE ราว 21.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะ 5 ปีอยู่ที่ระดับ 22 เท่า นอกจากนี้ระดับการประมาณการการเติบโตของกำไรในปีนี้ยังอยู่ในระดับสูงราว 14.7% เป็นรองเพียงแค่หุ้นกลุ่ม Emerging Market และ Asia ex Japan ที่มีอยู่ในพอร์ตของเราแล้ว

11รูปที่ 11 PE Band ของดัชนี Stoxx 600 และการประมาณการการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในยุโรป: ที่มา Bloomberg, INFINITI, Goldman Sachs

.

ด้านการเมืองในยุโรป นางแองเกลา แมร์เคิล นายกฯเยอรมันจากพรรค CDU ชนะการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้จำนวนที่นั่งส.ส.ในสภา 246 ที่นั่งจาก 709 ที่นั่ง และสามารถรักษาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อีกสมัย ส่งผลให้ความเสี่ยงทางการเมืองในยุโรปเริ่มลดลง

12รูปที่ 12 นางแองเกลา แมร์เคิล และแผนภูมิที่นั่งในสถาของเยอรมัณ: ที่มา Fedetal Returning Officer

.

ด้านโมเมนตัม ดัชนีหุ้นยุโรป STOXX 600 สามารถปรับตัวทะลุแนวต้านขาลงตั้งแต่เดือนเม.ย.ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน สะท้อนภาพขาขึ้นรอบใหม่ จากมุมมองทั้งหมด เราจึงแนะนำเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นยุโรปในเดือนนี้

13รูปที่ 13 ดัชนี Stoxx 600: ที่มา Bloomberg, INFINITI

.

ทางฝั่งดัชนีหุ้นอินเดียปรับตัวหลุดแนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้นเข้าสู่การปรับฐาน จาก valuation ที่ค่อนข้างสูง โดยเรายังคงแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นอินเดียรายประเทศเดี่ยว

14รูปที่ 14 ดัชนี SENSEX: ที่มา Bloomberg, INFINITI

.

อย่างไรก็ตาม เรามองว่ายังคงมีความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง เช่น

  • ความเสี่ยงจากความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลี เนื่องจากยังเดินหน้าทดสอบขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง
  • ความเสี่ยงจากการที่ธนาคารกลางต่างๆจะดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัวเร็วเกินไป เช่น การขึ้นดอกเบี้ย การลดขนาดงบดุลของเฟด อาจดึงสภาพคล่องออกจากระบบอย่างฉับพลัน

Screen Shot 2560-09-28 at 19.22.50รูปที่ 15 ความเสี่ยงต่างๆ ที่ต้องระมัดระวัง : ที่มา Bloomberg, US Government publishing officer

.

ด้านราคาทองคำอ่อนตัวปรับฐานลงมาต่ำกว่าบริเวณ $1,300 จากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่ากดดัน ทางเรายังคงคำแนะนำให้ลงทุนทองคำตามสัดส่วนของพอร์ตที่ 10% เพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุน

16รูปที่ 16 ภาพราคาทองคำ เทียบกับ USD Index ข้อมูล ณ 25 ก.ย. 60: ที่มา Bloomberg

.

สำหรับคำแนะนำพอร์ตการลงทุนแบบ Global Absolute Return Portfolio ของ INFINITI Global Investors ซึ่งเป็นคำแนะนำการลงทุนแบบ Absolute Return ซึ่งมีความยืดหยุ่นต่อการปรับเปลี่ยนพอร์ตตามมุมมองภาวะตลาด มีเป้าหมายผลตอบแทนการลงทุนต่อปีประมาณ 8 – 10% ซึ่งต่ำกว่าผลตอบแทนระยะยาวของตลาดหุ้นเล็กน้อย และมีเป้าหมายความผันผวนของพอร์ตในระดับที่ต่ำกว่าตลาดหุ้นจากการกระจายการลงทุน โดยกลยุทธ์นี้จะพยายามลดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญในยามที่พื้นฐานการลงทุนไม่ดี ทั้งนี้สำหรับเดือนกันยายน 2017 เราแนะนำสัดส่วนการจัดพอร์ตดังนี้

gar1รูปที่ 17  Global Absolute Return Portfolio Model เดือน ต.ค. 60: ที่มา INFINITI

.

สำหรับนักลงทุนที่ไม่มีความประสงค์ที่จะลงทุนในตลาดทองคำ เราแนะนำให้เปลี่ยนสัดส่วนการลงทุน โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นอีก 20% เป็น 25% ดังนี้

gold2รูปที่ 18  Global Absolute Return Portfolio Model (No Gold) เดือน ต.ค. 60: ที่มา INFINITI

.

ภายใต้สภาวะที่ Fed เริ่มส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัว ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์เริ่มแข็งค่าและค่าเงินบาทและยูโรเริ่มอ่อนค่า เราจึงเแนะนำขายทำกำไรหุ้นไทยกลุ่มปันผล 15% ที่อาจโดนค่าเงินบาทกดดัน ในขณะที่เราเห็นโอกาสในการลงทุนหุ้นกลุ่มยุโรป ที่มีการเติบโตและโมเมนตัมที่โดดเด่น ในขณะที่ valuation ยังไม่แพงเกินไป จึงได้แนะนำให้เพิ่มสัดส่วนในหุ้นกลุ่มยุโรป 10% และอีก 5% พักไว้ในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น โดยเราเชื่อว่าปี 2017 น่าจะยังเป็นปีที่ดีต่อพอร์ตการลงทุน Global Absolute Return

นอกเหนือจากพอร์ต Global Absolute Return ทาง INFINITI Global Investors ได้ออกพอร์ตการลงทุนประเภทใหม่ “INFINITI TOP5” ซึ่งเป็นพอร์ตที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงมาก มีความรู้ ความเข้าใจในตลาดทุน สามารถรับความผันผวนสูงได้ รับการปรับพอร์ตแบบฉับไวและการตัดขาดทุน (Cut Loss Policy) ได้ โดยต้องการผลตอบแทนสูงคล้ายการลงทุนในหุ้น เป็นการจัดพอร์ตแบบกระจายการลงทุนผ่านกองทุนหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก เน้นคัดเลือกกองทุนรวมที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา สูงสุดไม่เกิน 5 กอง ปรับพอร์ตตามภาวะตลาดอย่างใกล้ชิด

port-5

รูปที่ 19 INFINITI TOP5 เดือน ต.ค. 60: ที่มา INFINITI

.

โดยเราแนะนำเน้นลงทุนในหุ้นไทยที่มีนโยบายการบริหารเชิงรุกที่โดดเด่นต่างสไตล์ 3 กองสัดส่วนอย่างละ 20%   ตลาดเกิดใหม่ 20% และหุ้นยุโรป 20% ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองการลงทุนในภาพรวมและโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในเดือนตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตามจังหวะในการแนะนำเข้าลงทุนโปรดติดต่อ Investment Advisor เพื่อประกอบการตัดสินใจ

.

INFINITI Global Investors

The Ultimate Investment Solution

Comments

comments