สหรัฐฯ

การเริ่มต้นปีด้วยความผันผวน สร้างข่าวและความกลัวที่ว่า Recession อาจจะกลับมาเยือนเศรษฐกิจโลกอีกรอบในไม่ช้า แต่เรามองว่า เป็นคำกล่าวที่อาจจะเกินจริงไปซักหน่อย จากข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐนับตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน เราพบว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไม่ได้แย่ลงอะไร ดังนั้น การปรับฐานที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นโอกาสในการสะสมเสียมากกว่า

สัปดาห์ที่ผ่านมา S&P 500 บวกขึ้นมา 1.4% นำโดยกลุ่มสื่อสารที่บวกได้ถึง +4.4% หากนับตั้งแต่จุดสูงสุดของเดือน ธ.ค. จนถึงวันศุกร์ที่ผ่านมา S&P 500 ปรับฐานไปแล้วกว่า -12% สิ่งที่ต่างออกไปจากการปรับฐานในรอบก่อนๆก็คือ เราพบแรงซื้อหนุนดัชนีค่อนข้างน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลัก น่าจะมาจาก ตัวเลข US Industrial Activity เริ่มชะลอตัว และนักวิเคราะห์กังวลกันว่า มันอาจกระทบภาคการบริโภคลงด้วยเช่นกัน

อีกประเด็นคือ การลดลงของราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบไปถึงงบการเงินของบริษัทผู้ผลิต และทำให้กลุ่มธนาคารซึ่งปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจพลังงานดูมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ จริงๆแล้ว เรามันว่า การปรับฐาน เป็นเครื่องพิสูจน์ความเชื่อของเราที่ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯอยู่ในโซน Valuation ที่แพงเกินไป และควรปรับฐานลงมา เพื่อชดเชยกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในช่วงระยะหลัง

มุมมองการลงทุน : สัปดาห์นี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯจะประกาศงบไตรมาส 4/2015 และ มี FOMC Meeting วันที่ 27-28 ม.ค. คาดว่า มีโอกาสที่ประธานเฟดจะส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ย หลังตลาดหุ้นทั่วโลกเจอความผันผวนในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราแนะนำว่า สำหรับนักลงทุนที่พอร์ตการลงทุนอยู่ในสัดส่วนตาม Model Portfolio ของเรา ไม่จำเป็นต้องปรับพอร์ตใดๆเพิ่มเติมก่อนการประชุม และยังคงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯเช่นเดิม


ยุโรป

ตลาดหุ้นยุโรป ยังคงเจอสัปดาห์ที่ผันผวน โดย STOXX 600 ลบไป -3.2% ตลาดเริ่มปรับความคาดหวังด้าน EPS Growth ของตลาดหุ้นยุโรปลง แต่ก็กลับมาได้ความหวังครั้งใหม่อีกครั้งจากถ้อยแถลงของ Mario Draghi หลังจากประชุม ECB เมื่อคืนวันพฤหัสฯที่ผ่านมา โดยบอกกับสื่อว่า จะพิจารณาทุกมาตรการที่เป็นไปได้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งในการประชุมเดือน มี.ค. ที่จะถึง ทำให้ตลาดกลับมามีความมั่นใจว่า ECB อาจพิจารณาลดดอกเบี้ยนโยบาย หรือขยายวงเงิน QE เพิ่มเติม

SM LG EUROPE

ทั้งนี้จากข้อมูลย้อนหลังนับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา เราพบว่า ในตลาดหุ้ยยุโรปนั้น หุ้นที่มี Market Cap ขนาดเล็ก Outperform หุ้นขนาดใหญ่ แต่ในทางตรงกันข้ามกับตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ หุ้น Large Cap กลับทำผลการดำเนินงานได้ดีกว่า

มุมมองการลงทุน : โอกาสที่ ECB อาจพิจารณาออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม มีเพิ่มสูงขึ้นหลังการกระชุมรอบที่ผ่านมา นักลงทุนได้กลับมาลงทุนหุ้นกลุ่มส่งออกตามที่เราคาดการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และชื่นชอบตลาดหุ้นยุโรปมากขึ้นอีกครั้ง เราจึงยังคงคำแนะนำ การลงทุนในยุโรป เป็นการกระจายความเสี่ยงที่น่าสนใจ


ญี่ปุ่น

ค่าเงินเยน แข็งค่าลงไปทดสอบ 115 JPY/USD หลังจากราคาน้ำมันลงมาเทรดแถวๆ $27 ทำให้ TOPIX ปรับฐานในวันจันทร์-พฤหัสฯ -7.2% แต่สามารุบวกกลับมาในวันศุร์ได้วันเดียว +5.6% หลังตลาดเชื่อว่า BOJ อาจพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ทำให้ TOPIX และ Nikkei225

TOPIX

ทั้งนี้นักเศรษฐศาสตร์เริ่มมีความกังวลกับปัจจัยลบที่เข้ามาเรื่อง การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ว่าจะกระทบกับ Corporate Earnings หรือไม่ อย่างไรก็ตาม INFINITI มองว่า การฟื้นตัวระยะยาวของภาคการบริโภคในสหรัฐฯจะสามารถชดเชยตลาดที่หายไปได้ และมองว่า ยังมี Positive Surprises จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากธนาคารกลางญี่ปุ่น หากมีความจำเป็นต้องใช้จริงๆ

มุมมองการลงทุน : บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ถือว่ามีการเติบโตในแง่ของ ROE ดีที่สุดในบรรดากลุ่ม Developed Markets ด้วยกัน เรามองว่า BOJ ยังมีเครื่องมือ และมาตรการต่างๆที่สามารถใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้ในระยะสั้น การที่ค่าเงินเยนแข็งค่าค่อนข้าวเร็ว ทำให้นักลงทุนมีมุมมองเชิงลบต่อธุรกิจส่งออก และการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น เราจะติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินอย่างใกล้ชิด และรอดูผลการประชุม และประเมินสถานการณ์อีกครั้งก่อนมีการปรับพอร์ตใดๆกับการลงทุนในญี่ปุ่น


เอเชีย

MSCI Asia Ex Japan เคลื่อนไหวแคบๆในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัจจุบัน Forward P/E ขยับขึ้นมาที่ 11.5x แต่ภาพมองลงไปในรายละเอียด จะพบว่า การเคลื่อนไหวของแต่ละตลาดในเอเชียนั้นค่อนข้างไร้ทิศทาง PSE Composite ของฟิลลิปปินส์ติดลบ -4% ขณะที่ตลาดหุ้นไทย +3% เป็นต้น ทั้งนี้ Goldman Sachs มีการประเมินในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า หุ้นที่ Outperform คือ หุ้นที่มีทำธุรกิจส่งออกและมีสัดส่วนการขายไปที่ตลาดยุโรป ซึ่งสาเหตุหลักน่าจะมาจากความคาดหวังว่า ECB จะออกนโยบาย QE เพิ่มเติม และทำให้ค่าเงิน EUR อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลหลัก

MXAPJ

มุมมองการลงทุน : โดยรวม ตอนนี้ ตลาดหุ้นเอเชียปรับฐานลงมาอยู่ในจุดที่ถือว่า Valuation มากเกินไปเช่นในอดีต หลายๆตลาด เทรดที่ P/E ใกล้เคียง -1 S.D. ซึ่งถือว่าถูกแล้ว ยกตัวอย่างเช่น Singapore และ China แต่เรามองว่า ตลาดหุ้นเอเชียยังมีความเสี่ยงระยะสั้นจากประเด็นเรื่องการอ่อนค่าของค่าเงินหยวน แนะนำรอจังหวะการลงทุน


ไทย

สัปดาห์ที่แล้ว ตลาดหุ้นไทยปรับตัวบวกได้แข็งแรงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆในเอเชีย นำโดยกลุ่มพลังงาน กลุ่มสื่อสาร และธนาคารพาณิชย์ ซึ่งมาจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ดีดขึ้นเหนือระดับ $30 ต่อบาร์เรล เพิ่มแรง Cover Short กลับให้กลุ่ม High Beta ทั้งหลาย ประกอบกับ การทยอยประกาศผลประกอบการ 4Q15 ของบกลุ่ม BANK ได้รายงานออกมาเรียบร้อยแล้ว ค่อนข้างสอดคล้องกับที่ตลาดประเมินไว้

Asia

มุมมองการลงทุน : จับตาผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม Real Sector จับตาหุ้นในกลุ่มที่สอดรับกับ มาตรา 44 ช่วยจัดการด้านผังเมือง หนุนโครงการพลังงานทางเลือกในอนาคตคืบหน้าขึ้น อาจทำให้ SET Index อาจทำให้ SET Index ปรับตัวขึ้นได้ในระยะสั้น แต่เรามองว่า การยืนเหนือ 1,280 – 1,300 จุด ยังเป็นไปได้ยาก สำหรับนักลงทุนที่มีพอร์ตการลงทุนในหุ้นไทยเกิน 15% ของพอร์ต เราแนะนำใช้บริเวณดังกล่าวในการทยอยลดน้ำหนักหุ้นไทย โดยมีแนวรับที่ 1,250 / 1,235 / 1,205 จุด


 

INFINITI Global Investors
The Ultimate Investment Solutions

Important disclosures
รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นโดย บลน.อินฟินิติ  “บริษัท” ข้อมูล และบทความ รวมถึงการแสดงความเห็นทั้งหลายที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้จัดทำบนพื้นฐานแหล่งข้อมูลที่เปิดเผย และพิจารณาแล้วว่าน่าเชื่อถือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจการลงทุน ซึ่งข้อมูลจากการวิเคราะห์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้าแต่อย่างใด รายงานฉบับนี้ไม่ถือเป็นคำเสนอหรือคำชี้ชวนให้ลงทุน และจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อประโยชน์แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับ บลน. เท่านั้น ห้ามมิให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องนำไปเผยแพร่ทางสื่อมวลชน หรือโดยทางอื่นใด ทั้งนี้ “บริษัท” ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นโดยตรงหรือเป็นผลจากการใช้เนื้อหาของรายงานฉบับนี้

Comments

comments