สหรัฐฯ

บริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯประกาศงบมาเกิน 75% บริษัทส่วนใหญ่พ้นจากช่วง blackout period ถึงแม้ผลการดำเนินงานจะออกมาค่อนข้างใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ แต่ก็เกิดการปรับฐานในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ S&P500 ปิดสัปดาห์ลบไปราวๆ -3%

Capture

ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาในสัปดาห์ก่อน สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนว่า เฟดอาจจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปหรือไม่ โดยตัวเลขล่าสุด non-farm payroll เดือน ม.ค. ออกมาที่ 151,000 ตำแหน่ง น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ 200,000 ตำแหน่ง ถึงแม้ตัวเลขการจ้างงาน Unemployment Rate จะประกาศออกมาที่ 4.9% ซึ่งถือว่าดีขึ้นก็ตาม สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า ตลาดให้ความสนใจกับความเคลื่อนไหวและเหตุการณ์ในระยะสั้นที่กำลังจะเกิดขึ้นมากขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า นำมาซึ่งความไม่แน่นอนเรื่อง Timing การขึ้นดอกเบี้ย โดยล่าสุด Fed Fund Futures สะท้อนความคิดนักลงทุนส่วนใหญ่ว่า เฟดอาจจะสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้แค่ 3 ครั้งในปีนี้ ซึ่งต่ำกว่า Dot Plot ของเฟดที่คาดการณ์ว่าจะขึ้นอย่างน้อย 4 ครั้ง (เฟดมีการประชุมปีนี้ทั้งปี 8 ครั้ง)

เรามีมุมมองว่า buyback activity จะกลับมา และเป็นปัจจัยหนุนดัชนีตลอดทั้งเดือน ก.พ. ผลการสำรวจของ Bloomberg พบว่า หุ้นที่มีการทำ buyback จะตกเป็นเป้าหมายการลงทุนของนักลงทุน และสามารถทำให้ราคา Outperform หุ้นกลุ่มอื่นๆตลอดช่วง 21 ปีที่ผ่านมาที่มีการเก็บข้อมูล

มุมมองการลงทุน : ด้วยหลักฐานข้างต้นเรื่อง Buyback Activity ทำให้เรามีมุมมองว่า ช่วงเวลาที่หุ้นมีการปรับฐานช่วงนี้ เปิดโอกาสให้เข้าสะสมหุ้นดีในราคาถูก แต่เนื่องจากราคาหุ้นในตลาดสหรัฐฯยังคงแพงกว่าปัจจัย เราจึงแนะนำให้หาจังหวะลงทุนในภูมิภาคอื่นแทนเช่น ยุโรป หรือ ญี่ปุ่น


ยุโรป

STOXX Europe 600 ปิดลบไป -1.8% สัปดาห์ที่ผ่านมา สาเหตุมาจากความผันผวนของตลาดเงิน หลังตัวเองเศรษฐกิจสหรัฐฯส่ออาการชะลอตัว และทำให้นักลงทุนเลือกที่จะขายเงิน USD ออกมา ทำให้ค่าเงิน USD อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลหลักลงไปอีก และไม่เป็นผลดีต่อค่าเงิน EUR ด้วยเช่นกัน รวมถึง การประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ออกมา พบว่า บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่บางเจ้า กำไรสุทธิพลาดเป้าไปมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาด อย่าง BP, Deutsche Bank และ UBS

การกลับมาแข็งค่าของค่าเงิน EUR ในระยะสั้นเป็นปัจจัยลบ และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการปรับฐานในตลาดหุ้นยุโรปสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เรายังเชื่อว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะออกมาตรการสนับสนุนและกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซนอีกครั้งในเดือน มี.ค. ที่จะถึง เพื่อต่อสู้กับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ

EPS EU

มุมมองการลงทุน : เราจึงยังคงคำแนะนำ การลงทุนในยุโรป เป็นการกระจายความเสี่ยงที่น่าสนใจ โดยจากการกระจายตัวของผลตอบแทนพบว่า ตลาดเลือกที่จะเสี่ยงแบบปลอดภัยมากขึ้น และมองเรื่อง Valuation มากกกว่าเดิม เพราะ EPS Growth มีความเสี่ยงโดยปรับลดลงใน 12 เดือนข้างหน้า


ญี่ปุ่น

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับฐานรุนแรงทีเดียวฝนช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดน TOPIX ปรับลดไป-4.4% ขณะที่ Nikkei ลบไป -4.0% หลังค่าเงินเยน (JPY) กลับมามีทิศทางแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐ และตลาดเริ่มเห็นการชะลอตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในบางมุม อันนำมาซึ่งการลดดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อนหน้า ทั้งนี้ ประธานธนาคารกลางญี่ปุ่น ได้ให้สัมภาษณ์สื่อในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม BOJ อาจพิจารณาลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกในการประชุมครั้งต่อๆไป แสดงให้เห็นว่า BOJ พร้อมที่จะใช้มาตรการเชิงรุกมากกว่าช่วงที่ผ่านมา แต่กลับกลายเป็นว่า ตลาดมองว่า เป็นความเสี่ยงเพิ่มเติม เนื่องจากหากมาตรการไม่สำเร็จ BOJ จะแทบไม่เหลือเครื่องมือทางการเงินตัวอื่นในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมแล้ว

อย่างไรก็ตาม เราพบว่า Domenstic/Defensive Sectors งบการเงินออกมาแข็งแรงและดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ในขณะที่กลุ่ม Cyclical Sectors ยังคงอ่อนแอ

JP For

มุมมองการลงทุน : บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ถือว่ามีการเติบโตในแง่ของ ROE ดีที่สุดในบรรดากลุ่ม Developed Markets ด้วยกัน ทิศทางการแข็งค่าของค่าเงินเยน น่าจะเป็นแค่ปัจจัยลบในระยะสั้น เรามองว่า เป็นโอกาสเข้าสะสมกองทุนหุ้นญี่ปุ่นในช่วงเวลานี้ โดยคาดหวังผลตอบแทนเกินกว่า 10% จากการถือลงทุนระยะยาวเกิน 12 เดือนขึ้นไป


เอเชีย

ดัชนี H Share ของจีนยังปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องอีก -1.9% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ในภาพรวมดัชนี Caixin Composite ทั้งฝั่ง Manufacturing และ Service เริ่มกลับมาดูดีขึ้นในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา และจากรายงานของธนาคารกลางจีน (PBOC) ตัวเลขเงินทุนสำรองของจีน ในเดือน ม.ค. ลดลงไป $99.5 billion ซึ่งถือว่าน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดกันไว้ว่าจะลดราวๆ $120 billion แต่ก็ยังถือว่า ลดลงในอัตราที่น่าจะสร้างความกังวลให้นักการเงินทั้งโลกพอสมควร ทำให้ล่าสุด Foreign Exchange Reserves ของจีน อยู่ที่ $3.23 trillion ถือว่าต่ำสุดในรอบ 3 ปีทีเดียว

ทั้งนี้ เงินทุนสำรองของจีน ลดลงไปกว่า $1 trillion ในปี 2015 ซึ่งสาเหตุหลักๆ ก็มาจากการที่จีนต้องขายสินทรัพย์ในสกุล US Dollar มาต่อสู้กับการแห่ถอนเงิน และขนเงินออกจากประเทศจีน สำนักข่าวส่วนใหญ่คาดเดากันว่า Outflow จากเงินหยวน มาจากการทุ่มเก็งกำไรของ Hedge Fund ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งมาจากคนรวยในจีนที่ไม่ต้องการถือเงินหยวน และอยากกระจายการถือครองเงินสกุลอื่นๆ เรามีมุมมองว่า โอกาสที่ค่าเงินหยวนจะอ่อนค่าต่อเนื่อง ก็ยังมีอยู่ไม่น้อย ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงระยะสั้นสำหรับนักลงทุน

CH PE

มุมมองการลงทุน : ดังนั้นคำแนะนำของเราก็คือ ชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นจีน และคงสัดส่วนการลงทุนใน H Share ไม่เกิน 7.5% เท่านั้น โดยหากตัวเลขเศรษฐกิจพัฒนาในทางที่ดีขึ้น และแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติลดลง ค่อยเป็นโอกาสในการกลับเข้าลงทุนอีกครั้ง


ไทย

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการประชุม กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50% เช่นเดิม โดยมีใจความสำคัญดังนี้
► เศรษฐกิจไทย 4Q2015 ทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในอัตราที่ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อน
► จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ทยอยปรับดีขึ้น มาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเป็นส่วนใหญ่
► การบริโภคมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงก่อนปีใหม่
► อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปัจจุบันยังติดลบ แต่ที่ประชุมมองว่า น่าจะทยอยปรับสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะกลับเป็นบวกในช่วงครึ่งแรกของปีนี้
► ยังไงก็ตาม ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกก็สูงขึ้น และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

นักวิเคราะห์มองว่า กนง. อาจพิจารณาเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หากมีมุมมองว่าเฟดเองก็ไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วนัก ตรงจุดนี้ จึงเป็นผลดีกับ Sentiment ตลาดหุ้นในระยะสั้น

มุมมองการลงทุน : Fund Flow ที่ไหลเข้าระยะสั้น ทำให้ SET Index มีโอกาสปรับตัวขึ้นเหนือ 1,300 จุดสัปดาห์นี้ โดยมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,340 จุด เรามองว่า เป็นจังหวะในการลดพอร์ตการลงทุนในหุ้นไทยลง เนื่องจากมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวต่อเนื่อง และยังต้องจับตาตัวเลขเศรษฐกิจจากจีนซึ่งช่วงเวลานี้ ตลาดหุ้นในเอเชียค่อนข้างอ่อนไหวและมีความกังวลเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว


 

INFINITI Global Investors
The Ultimate Investment Solutions

Important disclosures
รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นโดย บลน.อินฟินิติ  “บริษัท” ข้อมูล และบทความ รวมถึงการแสดงความเห็นทั้งหลายที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้จัดทำบนพื้นฐานแหล่งข้อมูลที่เปิดเผย และพิจารณาแล้วว่าน่าเชื่อถือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจการลงทุน ซึ่งข้อมูลจากการวิเคราะห์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้าแต่อย่างใด รายงานฉบับนี้ไม่ถือเป็นคำเสนอหรือคำชี้ชวนให้ลงทุน และจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อประโยชน์แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับ บลน. เท่านั้น ห้ามมิให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องนำไปเผยแพร่ทางสื่อมวลชน หรือโดยทางอื่นใด ทั้งนี้ “บริษัท” ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นโดยตรงหรือเป็นผลจากการใช้เนื้อหาของรายงานฉบับนี้

Comments

comments